ทำไมอากาศร้อนถึงทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไวกว่าปกติ?
อัปเดตเมื่อ: 18 ธันวาคม 2025 | โดย ช่างนานา
หลายคนเข้าใจผิดว่าอากาศหนาวคือศัตรูของแบตเตอรี่ แต่ในความเป็นจริงสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้อย่าง จังหวัดชุมพร ของเรา "ความร้อน" นี่แหละครับที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
1. การระเหยของน้ำกลั่น
ภายในแบตเตอรี่จะมีส่วนผสมของน้ำกรดและน้ำกลั่น (Electrolyte) เมื่อเจอกับอากาศที่ร้อนจัดบวกกับความร้อนใต้ฝากระโปรงรถ น้ำกลั่นจะระเหยกลายเป็นไอเร็วขึ้น ส่งผลให้ความเข้มข้นของกรดสูงเกินไป และทำให้แผ่นธาตุภายในเสียหายได้ครับ
2. ปฏิกิริยาเคมีที่เร่งตัวเกินไป
ความร้อนคือตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ยิ่งร้อน ปฏิกิริยาภายในแบตเตอรี่จะยิ่งรุนแรงขึ้น ทำให้โครงสร้างภายในเกิดการกัดกร่อน (Corrosion) เร็วขึ้นกว่าการใช้งานในที่อากาศเย็นหลายเท่าตัว
♨️ รู้หรือไม่?
อุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกๆ 10 องศาเซลเซียส จะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลงเกือบ ครึ่งหนึ่ง! การจอดรถตากแดดนานๆ จึงส่งผลเสียอย่างมากครับ
3. การคายประจุด้วยตัวเอง (Self-Discharge)
ในสภาวะอากาศร้อน แบตเตอรี่จะเกิดการคายประจุไฟฟ้าออกเองเร็วกว่าปกติ หากคุณจอดรถทิ้งไว้กลางแดดนานๆ โดยไม่ค่อยได้ขับ แบตเตอรี่จะหมดไฟเร็วกว่าการจอดในที่ร่มครับ
💡 วิธีช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ในเมืองร้อน
- ☀️ พยายามหาที่จอดรถในร่มเท่าที่จะทำได้
- 💧 ตรวจเช็คระดับน้ำกลั่นบ่อยขึ้น (สำหรับแบตเตอรี่ชนิดเติมน้ำ)
- 🧼 ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ ไม่ให้มีคราบขี้เกลือเกาะ
- 🔌 หากไม่ได้ใช้งานนานๆ ควรสตาร์ทรถหรือนำไปขับบ้างสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
แบตหมดเพราะแดดร้อน เรียกเราได้!
ช่างนานาพร้อมบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ถึงที่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ห้าง จอดริมถนน หรือที่บ้าน ทั่วเมืองชุมพร
📞 โทรเลย: 065-524-8999เรามีแบตเตอรี่ที่ทนทานต่ออากาศร้อนให้เลือกหลายแบรนด์!